Posts List

Health

  • หลักการกินคลีนให้ถูกวิธี มากินคลีนให้ถูกวิธี สุขภาพดีแน่นอน
    หลักการกินคลีนให้ถูกวิธี มากินคลีนให้ถูกวิธี สุขภาพดีแน่นอน

    ต้องบอกว่าในปัจจุบันคนเริ่มหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะการกินอาหารคลีนที่กำลังฮิตในกลุ่มคนรักสุขภาพ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าการกินอาหารคลีนเป็นวิธีดูแลสุขภาพที่ดี ช่วยควบคุมน้ำหนัก ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้อย่างยั่งยืน แต่หลายคนอาจรู้สึกว่าการกินคลีนเป็นเรื่องไกลตัวและไม่มีเวลาพอที่จะเตรียมอาหาร ซึ่งแท้จริงแล้วการกินคลีนไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด วันนี้เรามาดูเคล็ดไม่ลับจาก สสส. กินคลีนถูกวิธีดีต่อสุขภาพ มาเรียนรู้วิธีการกินคลีนด้วยตัวเองเพื่อสร้างสุขภาพดีกัน

    หลักการกินคลีนให้ถูกวิธี มากินคลีนให้ถูกวิธี สุขภาพดีแน่นอน

    ทำความเข้าใจ อาหารคลีนคืออะไร? อาหารคลีน (Clean Food) ที่คนส่วนใหญ่ เรียกกันว่า กินคลีน (Eat Clean) คือการกิน อาหารครบทั้ง 5 หมู่ ไม่เน้นหมู่ใดหมู่หนึ่ง ลักษณะของอาหารจะต้องสด สะอาด และไม่ ยึดติดรสชาติ แต่เน้นความเป็นธรรมชาติ ไม่ผ่านการปรุงแต่ง ขัดสีด้วยสารเคมี หรือ ผ่านกระบวนการหมักดอง ไม่ใส่สารกันบูด ผงชูรส และไม่หวานหรือเค็มจัด ตัวอย่างเช่น หากเป็นผลไม้ก็จะกินสด หากเป็นเนื้อสัตว์ ก็จะไม่ติดมัน การปรุงรสจะอยู่ในระดับ ที่ปรุงแต่น้อยไปจนถึงไม่ปรุงเลย

    หลักการกินคลีนให้ถูกวิธี การกินคลีน นอกเหนือจากจะกินแบบปรุงแต่น้อยแล้วยังมีเคล็ดลับอื่นๆ อีกดังนี้

    กินให้ครบทั้ง 5 หมู่ คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าการกินคลีนเป็นการกินแต่ผัก แต่ที่จริงแล้ว การกินคลีนคือการกินให้ครบทั้ง 5 หมู่ ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ผักและผลไม้ในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกายในแต่ละวัน ไม่ใช่การเลือกกินหมู่ใดหมู่หนึ่งมากไปกว่ากัน

    ไม่ยึดติดรสชาติ เน้นรสธรรมชาติ ไม่ยึดติดความอร่อยถูกปากอย่างเดียว แต่เน้นที่ความสดของอาหารที่กิน ผ่านการปรุงแต่งน้อย เช่น จากที่กินข้าวขาวเป็นประจําก็เปลี่ยนไปเป็นข้าวกล้อง จากที่ดื่มชา กาแฟก็เปลี่ยนไปดื่มน้ำเปล่า หรือเคยกินผลไม้กระป๋องเป็นประจําก็หันไปกินผลไม้สดแทน

    เน้นกินผัก โดยเฉพาะผักกินดอก ผักกินยอดอ่อน ผักใบเขียว เช่น ดอกโสน ดอกอัญชัน ดอกแค ผักติ้ว ขี้เหล็ก ผักหวาน ก้านตรง ชะพลู คะน้า ใบยอ กวางตุ้ง ผักโขม ปวยเล้ง

    เลือกอาหารที่ปราศจากวัตถุกันเสีย เพราะอาหารใดก็ตามที่มีวัตถุกันเสีย สารกันบูด วัตถุปรุงแต่ง จะไม่ใช่อาหารคลีน แต่เป็นอาหารที่มีสารเคมีเจือปน ดังนั้นการเลือกกินอาหารคลีนควรคํานึงถึงความสด ใหม่ และปลอดสารเคมี

    ตัดไขมันอิ่มตัวออกจากมื้ออาหาร งดไขมันที่มาจากเนย นม ชีส และเนื้อสัตว์บางชนิด โดยหันไปกินไขมันจําพวกนํ้ามันมะกอก น้ำมันคาโนล่า เนื้อปลา และถั่วต่างๆ เพราะไขมันเหล่านี้ดีต่อหัวใจและช่วยเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดีอย่าง HDL

    ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากจะดื่มแอลกอฮอล์ควรอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะอาจดีต่อสุขภาพ เช่น ผู้หญิงประมาณ 1 แก้ว ผู้ชายประมาณ 2 แก้วต่อวัน เพราะหากมากกว่านั้นอาจทําให้เกิดอาการขาดน้ำและจะทําให้เกิดความอยากอาหารมากกว่าปกติ

    ปรุงอาหารไม่หวานจัด ปริมาณน้ำตาลที่กินได้ต่อวันสําหรับผู้หญิงคือไม่เกิน 4 ช้อนชา สําหรับผู้ชายคือไม่เกิน 6 ช้อนชา และใช้เกลือปรุงรสแทนน้ำปลา ใช้ซีอิ๊วขาวชนิดที่ไม่มีผงชูรส และไม่ใช้ผงชูรสในการปรุงอาหาร

    เลือกข้าวไม่ขัดขาว รวมทั้งธัญพืชที่ไม่ขัดขาวด้วย เพราะข้าวที่ไม่ขัดขาวจะมีส่วนของจมูกและเยื่อหุ้มเมล็ดที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทำให้อิ่มนานเนื่องจากมีกากใยมาก แถมยังทำให้ร่างกายดึงพลังงานไปใช้อย่างช้าๆ เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวแดง ข้าวฟ่าง ลูกเดือย ข้าวสาลี

    เกลือต้องไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อวัน การกินคลีนนอกจากจะต้องหันมาใช้เกลือแทนน้ำปลาในการปรุงอาหารแล้ว ปริมาณเกลือยังต้องไม่เกิน 2,300 มิลลิกรัม หรือแค่ประมาณ 1 ช้อนชาต่อวัน

    เลือกกินโปรตีนดี โปรตีนที่ดี ไขมันต่ำพบมากในเนื้อสัตว์และถั่วเมล็ดแห้ง ได้แก่ ปลาแซลมอน ไก่งวง เนื้อปลาน้ำจืด เนื้อไก่ส่วนอก เนื้อสันใน อาหารทะเลจำพวกกุ้ง ปลาหมึก และหอย กินได้แต่ไม่ควรกินเยอะ ต้องระวังเรื่องคอเรสเตอรอล

    ไม่กินมากเกิน หลายคนคิดว่าเมื่อกินคลีน แล้วจะสามารถกินเท่าไรก็ได้ ซึ่งคิดผิด เพราะแม้จะกินคลีนก็ต้องควบคุมปริมาณ แบ่งสัดส่วนอาหารให้สมดุล ชั่ง ตวง วัดให้พอดีเพื่อใช้ในการจัดสัดส่วนอาหาร เพียงเท่านี้คุณก็สามารถกินคลีนได้อย่างสบายใจและมีสุขภาพที่ดีขึ้นแน่นอน

    ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือกินคลีนถูกวิธี จัดพิมพ์และเผยแพร่โดย SOOK PUBLISHING

    ติดตามอ่านต่อได้ที่ ennisassociatesinc.com

Economy

  • อพท.ผนึก 12 ภาคีผลักดัน “พัทยา” สู่ศูนย์กลางอุตฯภาพยนตร์
    อพท.ผนึก 12 ภาคีผลักดัน “พัทยา” สู่ศูนย์กลางอุตฯภาพยนตร์

    อพท.ผนึก 12 ภาคีผลักดัน “พัทยา” สู่ศูนย์กลางอุตฯภาพยนตร์

    กรุงเทพฯ 1 มิ.ย.- อพท. ผนึก 12 องค์กร โชว์ความพร้อมเมืองพัทยา หนุนขึ้นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ภาพยนตร์ของยูเนสโก และศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ สร้างเป็นจุดขายใหม่ ดึงนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ

    นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรืออพท. เปิดเผยว่า อพท. ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการ “ขับเคลื่อนเมืองพัทยาสู่การเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ของยูเนสโก และเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์”อพท.ผนึก 12 ภาคีผลักดัน “พัทยา” สู่ศูนย์กลางอุตฯภาพยนตร์

    ร่วมกับ 12 องค์กร ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเมืองพัทยา กรมการท่องเที่ยว สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชันและคอมพิวเตอร์กราฟิกไทย และสมาคมเครือข่ายผู้สร้างสรรค์วิชาชีพสื่อบันเทิงไทย

    เป้าหมายเพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน

    ในการส่งเสริมสนับสนุน ขับเคลื่อนภารกิจเมืองพัทยาสู่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ของยูเนสโก และเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เพื่อกระตุ้นการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชน เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับประเทศ ภายใต้ความร่วมมือดำเนินงานในระยะ 5 ปี

    “พัทยามีองค์ประกอบที่เหมาะสมทั้งทางด้านทรัพยากรทางธรรมชาติและบริบทของเมือง มีทุนทางวัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยว เป็นจุดหมายปลายทางที่มีชื่อเสียงระดับสากล สามารถรองรับนักท่องเที่ยวและทีมงานกองถ่ายทำภาพยนตร์ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และกองถ่ายทำภาพยนตร์ของไทย และมีความพร้อมในการเข้าเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก” นาวาอากาศเอก อธิคุณ กล่าว

    ทั้งนี้ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยงฉบับ พ.ศ. 2566-2570 ในพื้นที่เมืองพัทยา เป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับแผนแม่บทการพัฒนาเมืองพัทยา สู่การเป็นเมืองภาพยนตร์ในระยะ 5 ปี (2565-2570) ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ (City of Film) โดยบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนเมืองพัทยาสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และศักยภาพการเป็นเมืองท่องเที่ยวให้สูงขึ้น

    สำหรับการยกระดับเมืองในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศเข้าสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก

    ปัจจุบันประเทศไทยมีเมืองเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก 5 แห่ง ได้แก่

    1) จังหวัดภูเก็ต เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร

    2) จังหวัดเชียงใหม่ เมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและพื้นบ้าน

    3) กรุงเทพมหานคร เมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ

    4) จังหวัดสุโขทัย เมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน และ

    5) จังหวัดเพชรบุรี เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร โดยจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดเพชรบุรี คือเมืองที่ อพท. เข้าไปผลักดันจนเป็นผลสำเร็จได้รับเลือกเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์

    และในปีนี้ อพท. อยู่ระหว่างดำเนินการผลักดันจังหวัดสุพรรณบุรี ให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี จังหวัดน่าน ให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรม และเมืองพัทยา เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ ซึ่งทางยูเนสโกมีหลักเกณฑ์พิจารณาว่า เมืองที่จะได้รับการรับรองต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลในด้านนั้น ๆ อย่างชัดเจน.-สำนักข่าวไทย

    อบคุณแหล่งที่มา : tna.mcot.net